สารอาหารสำคัญที่คุณแม่ต้องมี

การทานอาหารของคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรนั้น ควรเน้นทานอาหารพลังงานและโปรตีนเพิ่มมากขึ้น อาทิ ไข่, เนื้อสัตว์, ถั่วต่างๆ รวมถึงผักผลไม้ที่ยังต้องทานเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการที่สมบูรณ์ของอวัยวะที่สำคัญต่างๆ ของทารก โดยเฉพาะพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทที่จะนำไปสู่การเรียนรู้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงวัยของร่างกาย

1.โปรตีน

พบใน : เนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง นม และไข่ ถ้าแม่ขาดโปรตีนจะทำให้การเจริญเติบโตของทารกไม่ปกติและพัฒนาการสมองไม่สมบูรณ์

2.โฟเลต

พบใน : ผักใบเขียว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วงอก เมล็ดทานตะวัน มะละกอสุก ส้ม

มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของระบบประสาทในทารกนับจากวันที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิไปจนถึง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับโฟเลตสม่ำเสมอ 400 ไมโครกรัมต่อวัน ส่วนแม่ให้นมบุตรควรได้รับโฟเลตอย่างน้อย 600 ไมโครกรัมต่อวัน

4.ธาตุเหล็ก

พบใน : เนื้อวัว เนื้อหมู ถั่วเมล็ดแห้ง ผักใบเขียว

ควรทานอาหารที่มีธาตุเหล็กหลากหลายตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์และให้น้ำนม วิธีที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กที่มีอยู่ในพืชได้ดีขึ้นหรือมากขึ้น คือ การทานอาหารวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม ร่วมด้วยในมื้ออาหาร

5.แคลเซียมและวิตามินดี

พบใน : นมและผลิตภัณฑ์จากนม

มีความจำเป็นต่อการสร้างและพัฒนาของกระดูก รวมทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมวลกระดูก จึงควรดื่มนมไขมันต่ำวันละ 1 แก้ว หรือกินผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ตที่มีน้ำตาลและไขมันต่ำวันละ 1 ถ้วย นมสดหรือนมถั่วเหลือง วันละ 2 แก้ว สำหรับคุณแม่ที่ไม่ดื่มนม ควรกินไข่ให้ได้วันละ 2 ฟอง หรือเนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งปลาและตับ วันละประมาณครึ่งขีด (50-60 กรัม)

6.ไอโอดีน

พบใน : อาหารทะเล โดยเฉพาะปลาทะเล เกลือเสริมไอโอดีน

เพื่อพัฒนาการที่ดีของระบบประสาทในทารก คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรกินปลาให้ได้สัปดาห์ละ 2 มื้อ โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมัในกลุ่มโอเมก้า 3 เช่น ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาดุก ปลาสลิด ปลาตะเพียน ปลาจะละเม็ดขาว ปลากะพงขาว

7.น้ำ

คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรมีความต้องการน้ำมากกว่าก่อนตั้งครรภ์ราว 750-1,000 ซีซี หรือ 1 ลิตรต่อวัน เพื่อร่างกายจะนำไปสร้างน้ำคร่ำและใช้ผลิตน้ำนมเพื่อเลี้ยงทารก และทารกเองก็ใช้น้ำเพื่อเจริญเติบโตตลอดระยะเวลที่อยู่ในครรภ์ ซึ่งน้ำที่ว่ามานี้ได้มาจากการดื่มน้ำ นม และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ รวมทั้งจากอาหาร ผัก และผลไม้

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส.