ก่อนเลี้ยงน้องหมาต้องเตรียมตัวอย่างไร

ประเด็นหลัก
สำหรับบทความนี้จะขอนำความรู้สำคัญ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเลี้ยงสุนัขมาฝากผู้ที่กำลังสนใจอยากจะนำเจ้า หมา ขนปุย แสนรู้ แสนน่ารัก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว
ก่อนจะรับเจ้า หมา สักตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว หลายคนมักมองข้ามสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งไปคือ การเตรียมความพร้อมที่ดี ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เราเลี้ยง

เขาได้ราบรื่น ไม่ติดขัด สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมความพร้อมยังไง วันนี้ Petcitiz ได้รวบรวมข้อมูลความรู้ อัดแน่นไปด้วยสาระสำคัญที่แสนจะเข้าใจง่ายมาไว้ให้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ
1.เตรียมตัวเตรียมใจ

ขั้นแรกของการเริ่มต้นที่จะรับสุนัขเข้ามาเลี้ยงนั่นคือ การเตรียมตัวเตรียมใจของผู้เลี้ยง Petcitiz อยากจะให้เริ่มสำรวจตัวเองก่อนว่า พร้อมแล้วจริงๆ ไหมสำหรับการรับสุนัขมาเลี้ยงสักตัว เพราะอยากให้เพื่อนๆ คิดว่าเขาคือหนึ่งชีวิตที่เราจะต้องคอยดูแลไปอีกนานนับ 10 ปี หลายคนอาจคิดว่าการเลี้ยงเจ้า หมา ก็คล้ายกับการเลี้ยงลูก แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า เลี้ยงสุนัขนั้นยากกว่าเลี้ยงลูกเยอะเลยค่ะ เพราะเมื่อเขามีอายุมากขึ้น เขาจะไม่สามารถดูแลตนเอง หรือออกไปหาอาหารเองได้เหมือนกับคน ซึ่งตรงนี้คือจุดแตกต่างค่ะ ฉะนั้นเมื่อเราตกลงที่จะเลี้ยงเขาแล้ว นั่นหมายถึงว่าเราต้องรับผิดชอบชีวิตเขาทั้งชีวิตนะคะ จึงต้องสำรวจความพร้อมของตัวเองให้ดีเสียก่อน เมื่อคิดได้อย่างมั่นใจแล้วว่าพร้อมที่จะเลี้ยง ก็ตามไปดูที่ข้อต่อไปได้เลยค่ะ
2.สถานที่เลี้ยงดู

สถานที่ที่ใช้เลี้ยงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะสถานที่ที่ใช้เลี้ยงนั้นอาจจะสัมพันธ์กับขนาด และสายพันธุ์ของสุนัขบางประเภท เราต้องคำนึงถึงที่อยู่อาศัยของเราด้วย เช่น บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์เฮ้าส์ ปัญหาในการเลี้ยงก็จะมีน้อย ส่วนเพื่อนๆ ที่พักอยู่ในห้องเช่า คอนโดมิเนียม หรือบ้านเช่า ต้องพิจารณาจากสถานที่นั้น และดูว่าทางที่พักอนุญาตให้นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงได้หรือไม่ ในกรณีนี้ผู้เลี้ยงต้องไปสอบถามให้แน่นอน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาตามหลังมาได้นะคะ
3.เวลา

เรื่องเวลาก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการรับสุนัขมาเลี้ยง เราจำเป็นที่จะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าเดิม เสียสละเวลาของตนมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งบ้านไหนที่มีเจ้าของอยู่คนเดียว เวลาที่เราออกไปข้างนอกไม่ว่าจะไปทำงานทั้งวัน หรือออกไปซื้อของแค่เพียง 5-10 นาที สังเกตไหมว่าทำไมเขาถึงดีใจทุกครั้งที่เรากลับมา นั่นเป็นเพราะว่าเขามีเราแค่เพียงคนเดียว ไม่มีใครอื่นเพิ่มเติม ส่วนเรานั้นมีเพื่อน มีสังคม ดังนั้น โลกทั้งใบของเขาก็คือ “เรา” เมื่อคิดจะเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อนสักตัว เราจึงต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาใส่ใจเขาด้วยนะคะ
4.ค่าใช้จ่าย

บางคนอาจจะคิดว่าแค่สุนัขตัวเดียวคงไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมากมายหรอก แต่แท้จริงแล้วนอกจากค่าอาหารรายเดือน และค่าอุปกรณ์ เช่น ที่นอน สายจูง ของเล่น เสื้อผ้า ฯลฯ Petcitiz อยากให้เพื่อนๆ อย่าลืมที่จะสำรองเงินอีกส่วนหนึ่งเผื่อไว้ด้วยนะคะ เงินส่วนนี้จะเป็นเงินสำรองเมื่อยามสุนัขเจ็บป่วย จะได้ไม่ต้องกังวล หรือเดือดร้อนค่าใช้จ่ายประจำวันของเรานั่นเองค่ะ
5.การเลือกสายพันธุ์

ข้อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการเลือกสายพันธุ์ที่จะเลี้ยงก็คือ พื้นที่เลี้ยงต้องสัมพันธ์กับขนาด และสายพันธุ์ของสุนัขบางประเภท เช่น เราพักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่อยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่าง พิตบูล แบบนี้ก็ไม่ค่อยแนะนำนะคะ เพราะสายพันธุ์นี้มีพลังงานสูง ต้องการใช้พลังงานมาก แต่ถ้าลองเปลี่ยนใจไปเลือกเจ้าตูบขนาดกลางหรือเล็ก ก็น่าจะเหมาะสมกว่าค่ะ เมื่อตัดสินใจเลือกสายพันธุ์ได้แล้วก็ให้หาแหล่งที่ขาย หรือฟาร์มสุนัขที่ไว้ใจได้ อาจเป็นลูกสุนัขที่มาจากสุนัขบ้าน (ที่เลี้ยงในบ้านไม่ได้เป็นฟาร์ม) คือเป็นสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงไว้แล้วเกิดคลอดขึ้นมา เขาเลยแบ่งขาย ตรงส่วนนี้ก็อาจจะได้ราคาพิเศษกว่าตามร้านขายทั่วไป หลังจากนั้นก็อย่าลืมสอบถามเรื่องการฉีดวัคซีน และการถ่ายพยาธิ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะคะ หากผู้ขายตอบคำถามไม่ได้ หรือไม่มีใบรับรองเรื่องการฉีดวัคซีน ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสุนัขจากเจ้านั้น แต่ถ้าเป็นสุนัขที่มีเพื่อน หรือคนรู้จักมามอบให้ เราก็สามารถนำไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลสัตว์เองได้ โดยปกติแล้วจะเริ่มทำการฉีดวัคซีนเข็มแรกตอนลูกสุนัขอายุได้ 6-8 สัปดาห์ รายละเอียดเรื่องการฉีดวัคซีนก็มีดังนี้ค่ะ
6.การเตรียมอุปกรณ์ของใช้

เพื่อเป็นการต้อนรับเจ้าตูบตัวน้อยเข้าสู่บ้านหลังใหม่ เราควรซื้อข้าวของเครื่องใช้เตรียมไว้ล่วงหน้า เช่น ชามอาหารและน้ำ ปลอกคอ สายจูง ของเล่น ที่นอน กล่องเดินทาง อาหารสุนัข ถาดสำหรับฝึกหัดสุนัขเข้าห้องน้ำ เป็นต้น ซึ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเบื้องต้นก่อนการรับสุนัขมาเลี้ยงเลยล่ะค่ะ

7.สำรวจ เพ็ทช็อป หรือ โรงพยาบาลสัตว์ ใกล้บ้าน

ก่อนรับสุนัขมาเลี้ยง อาจจะต้องสำรวจก่อนว่าแถวที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลสัตว์ คลินิกรักษาสัตว์หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อสุนัขของเราป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุกลางดึก จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หากสถานที่รักษาเปิดให้บริการ 24 ชม. ก็จะดีมากค่ะ และอย่าลืมมองหาร้าน “เพ็ทช็อป” เพื่อความสะดวกในการซื้ออาหาร และข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่สุนัขด้วยนะคะ
8.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงดู

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดู ลักษณะนิสัย และพฤติกรรมของสุนัขในแต่ละช่วงวัย เช่น อาหารสำหรับสุนัขแต่ละช่วงวัย การแสดงอาการป่วย การพาไปฉีดวัคซีน การทำหมัน หรืออาการเป็นสัดในช่วงที่เขาต้องการผสมพันธุ์ เป็นต้น
ข้อมูลที่ Petcitiz นำมาฝากในวันนี้อาจจะดูเยอะพอสมควรนะคะ แต่เพื่อนๆ ก็อย่าเพิ่งท้อซะก่อนล่ะถ้ามุ่งมั่นที่จะเลี้ยงเจ้าหมาสักตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือ การดูแลเอาใจใส่ เพราะเขามีเราแค่เพียงคนเดียว และเมื่อเขาให้ความรักกับเราแล้ว เขาจะไม่ยอมทิ้งเราไปไหนอย่างเด็ดขาดเลยนะคะ

Credit https://www.petcitiz.info/หมา/