การเสพสื่ออย่างมีสติ

การเสพสื่ออย่างมีสติ สื่อสังคมออนไลน์จึงไม่ต่างจากเชื้อโรคชนิดใหม่ที่ฝังตัวอยู่ในสังคม และพร้อมที่จะฉีกสังคมออกเป็นชิ้นๆได้อย่างง่ายดาย หากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ขาดภูมิคุ้มกันจากการใช้เทคโนโลยี ขาดความยับยั้งชั่งใจต่อการเสพสื่อ ขาดการใช้สติในการตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่ได้กลั่นกรอง

คนจำนวนไม่น้อย ปิดประตูรับฟังความเห็นด้านอื่นอย่างถาวร ในขณะที่คนจำนวนมากอยู่ในภาวะเครียดทางการเมือง และหลายคนเลือกที่จะหยุดเสพข่าวการเมืองผ่านสื่อสังคมออนไลน์

อินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่เต็มไปด้วยข่าวสารการเมืองจึง กลายเป็นเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติของกรรมมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด เพราะนอกจากจะทำให้เกิด ความชอบ ความไม่ชอบ เบื่อหน่าย จนเกินเลยไปถึงเกลียดชังฝ่ายที่เห็นต่างกับตัวเอง แล้ว ยังสามารถสร้างกระแสความนิยมทางการเมืองและทำให้เกิดบรรยากาศที่ตึงเครียดแก่สังคมอีกด้วย

สื่อสังคมออนไลน์จึงไม่ต่างจากเชื้อโรคชนิดใหม่ที่ฝังตัวอยู่ในสังคม และพร้อมที่จะฉีกสังคมออกเป็นชิ้นๆได้อย่างง่ายดาย หากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ขาดภูมิคุ้มกันจากการใช้เทคโนโลยี ขาดความยับยั้งชั่งใจต่อการเสพสื่อ ขาดการใช้สติในการตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่ได้กลั่นกรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วาทะกรรมทางการเมืองที่ เผ็ดร้อน ถากถาง หรือแม้แต่บิดเบือน จากฝ่ายการเมืองเพื่อหวังผลประโยชน์แก่ตัวเองและพวกพ้อง อาจซ้ำเติมความอ่อนไหวต่อผู้เสพสื่อสังคมออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

อารมณ์พลุ่งพล่านของคนบางกลุ่มที่เกิดจากการเสพสื่อสังคมออนไลน์มากจนเกินไปนั้น ไม่มีใครช่วยทำให้สงบลงได้นอกจากตัวของผู้เสพสื่อเอง เราอาจต้องอดทนต่อความเห็นต่าง หากประสงค์จะอยู่ในโลกสังคมออนไลน์ต่อไป

เราอาจต้องขอตัวอย่างสุภาพออกจากกลุ่มสังคมออนไลน์ในช่วงสั้นๆ เพื่อลดความเครียดทางการเมือง เราอาจต้องใช้เวลาทำกิจกรรมอื่นๆเพื่อให้การเสพข่าวสารทางการเมืองน้อยลงหรือแม้แต่ต้องปิดสวิทซ์ตัวเองจากสื่อสังคมออนไลน์ชั่วคราว เพื่อเลือกที่จะอยู่กับโลกแห่งความจริง มากกว่าการหมกมุ่นกับการเสพข่าวสารการเมืองอยู่แทบทุกนาทีจนถูกครอบงำโดยสื่อสังคมออนไลน์และนำไปสู่ภาวะเครียดทางการเมืองโดยไม่รู้ตัว